• MEA

โรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง

MEA HOSPITAL

ฟันและสุขภาพในช่องปาก

ทำอย่างไรจึงจะมีฟันและเหงือกดี

Create Date: 17 พ.ค. 55

ฟันและเหงือกจะมีสุขภาพสมบูรณ์ได้ จะต้องปราศจากคราบจุลินทรีย์ ( Bacterial Plaque ) ซึ่งเกิดขึ้นในช่องปากทุกวัน ท่านจะต้องมีวิธีการที่ถูกต้องที่จะกำจัดคราบจุลินทรีย์นั้น ๆ ซึ่งวิธีการที่จะกล่าวต่อไปนี้ ในระยะแรก ๆ อาจให้เบื่อหน่าย เมื่อย ใช้เวลามาก แต่ขอให้ระลึกเสมอว่า ถ้าไม่กำจัดคราบจุลินทรีย์ด้วยตนเอง ท่านจะหนีโรคปริทันต์ไม่พ้น ฉะนั้นจึงควรมีความตั้งใจ อย่างจริงจัง ที่จะเริ่มศึกษา และ ฝึกฝน วิธีการกำจัดคราบจุนลินทรีย์ ซึ่งจะกล่าวได้ต่อไป




กระจกส่องในปากและกระจกขยายพร้อมไฟฉาย



สีย้อมคราบจุลินทรีย์แบบน้ำและเม็ด
วิธีกำจัดคราบจุลินทรีย์ ประกอบด้วย
  • การทำความสะอาดฟัน นั่นคือ การแปรงฟัน
  • การทำความสะอาดซอกฟันรวมทั้งการนวดเหงือกซึ่งมีหลายวีธี เช่น การใช้เส้นใยขัดฟัน (Flossing ) ปุ่มยางนวดเหงือก ( Rubber Tip ) แปรงระหว่างซอกฟัน ( Proxa Brush, Interdental Brush ) ผ้าก๊อซ ( Gauze Strip ) ไม้กระตุ้นเหงือก (Stim- U-Dent )
การแปรงฟัน

ปัจจุบันท่านแปรงฟันของท่านแบบไหน ? 

แปรงขึ้น ๆ ลง ๆ หรือแปรงขวางไปตามแนวราบ ถ้าท่านแปรงด้วยวิธีดังกล่าว ควรเปลี่ยนวิธีเสีย เพราะการแปรงขึ้น ๆ ลง ๆ ทำอันตรายต่อเหงือกของท่าน ทำให้เหงือกร่น หรือ ถ้าแปรงขวางจะทำให้ฟันสึก โดยเฉพาะเมื่อท่านใช้แปรงแข็ง และ ใช้ยาสีฟันที่หยาบ เป็นผง ก่อนอื่นท่านควรรู้จักลักษณะที่ถูกต้องของแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สีย้อมคราบจุลินทรีย์

แปรงสีฟัน

ส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจผิดว่าขนแปรงยิ่งแข็งยิ่งดี เพราะสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้ดี ซึ่งที่จริงกลับทำอันตราย ต่อเหงือก และฟันเป็นอย่างยิ่งแปรงสีฟันที่ดีควรมี

  • ขนแปรงที่อ่อนนุ่ม (Soft ) หรือ ปานกลาง (Medium) เพื่อไม่ทำอันตรายเหงือกและฟัน
  • ขนแปรงทำด้วยไนล่อน เพราะมีลักษณะและขนาดเหมือนกันหมด ส่วนปลายขนไนล่อนมนและเรียบ เพื่อมิให้บาดเหงือก นอกจากนี้ยังคงสภาพเดิมมีสปริงดีเมื่อถูกน้ำ และ รักษาความสะอาดได้ง่าย
  • ขนแปรงควรเป็นกลุ่ม (Multitufted) และมี 3 - 4 แถว ขนาดของขนแปรง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 0.2 – 0.3 ม.ม. ความยาวประมาณ 10.3 ม.ม.
  • หัวแปรงควรมนและกลมและมีขนาดเล็กพอเหมาะ และสามารถทำความสะอาด ได้ทุกบริเวณในปาก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ด้ามแปรงควรตรง และยาวพอเพื่อการจับที่มั่นคง
แปรงสีฟันไฟฟ้า

มีอยู่หลายชนิด และมีวิธีการใช้ต่างกัน ซึ่งผู้ใช้ต้องใช้ให้ถูกต้อง จึงจะมีประสิทธิภาพ ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้แปรงไฟฟ้าสำหรับ

  • ผู้ที่ไม่อย่างใช้มืออย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เป็นโรคปวดตามข้อนิ้วมือ เป็นต้น
  • เด็กเล็ก ๆ หรือคนพิการ หรือผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ไม่สามารถแปรงด้วยตนเองได้
  • ผู้ใส่เครื่องมือจัดฟัน



แปรงกระจุกเดียว (Single Tufted Brush)



ลักษณะของแปรงที่ดี
ยาสีฟัน

ในการแปรงฟัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์นั้น วิถีการแปรงฟันอย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยาสีฟันเป็นเพียงส่วนที่ช่วยในการทำความสะอาด และ ขัดพื้นผิวฟัน ซึ่งส่วนใหญ่ยาสีฟันจะเป็นครีม ยาสีฟัน ประกอบด้วย

  • สารขัดสี ซึ่งถ้าหยาบหรือมากเกินไป จะทำอันตรายต่อเคลือบฟันได้ ถ้าเคลือบฟันบางลง จะเห็นฟันเป็นสีเหลืองมากขึ้น มิใช่ทำให้ฟันขาวขึ้น ดังได้กล่าวไว้แล้วในเรื่องส่วนประกอบของตัวฟัน
  • สารทำให้เกิดฟอง
  • สารควบคุมความเหนียวข้น
  • สารควบคุมความเป็นกรดด่าง
  • สารกันชื้น
  • สารที่ใช้ปรุงแต่งกลิ่นและรส ส่วนการแต่งสียาสีฟัน ต้องใช้สีที่ได้รับการรับรอง จากกระทรวงสาธารณสุข และปัจจุบันได้มีการใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ ในการป้องกันฟันผุ ซึ่งได้ผลในการลดโรคฟันผุ แต่การใส่สารเคมีเพื่อป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์ และหินปูนนั้น ยังไม่มีผลที่น่าเชื่อถือได้ในปัจจุบัน เนื่องจากสารเคมีที่ป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์นั้น ยังไม่ควรใช้ในระยะยาวต่อเนื่องกัน จะใช้ต่อเมื่อทันแพทย์เห็นสมควร เช่น ยาบ้วนปากที่มี Chlorhexidine ใช้หลังผ่าตัด เป็นต้น

  • การใส่ยาสีฟันควรใส่ลงไประหว่างขนแปรง เพื่อให้ยาสีฟันได้สัมผัสกับตัวฟัน ไม่ใช่ใส่บนขนแปรง เพราะยาสีฟันจะหลุดไปเสียก่อน



ลักษณะของการใส่ยาสีฟันที่ผิดวิธี



ลักษณะการใส่ยาสีฟันที่ผิดวิธี



ลักษณะแปรงสีฟันไฟฟ้า



ลักษณะขนแปรงที่ดี
สีย้อมคราบจุลินทรีย์ ( Disclosing Agent )

ในการกำจัดคราบจุลินทรีย์บนตัวฟันนั้น ถ้าใช้สีย้อมคราบจุลินทรีย์ จะทำให้สามารถ ทดสอบได้ว่า แปรงเอาคราบจุลินทรีย์ออกได้หรือไม่ ส่วนใดติดมากที่สุด ซึ่งมักจะอยู่บริเวณคอฟัน สีนี้จะมีส่วนผสมของสีที่ทำจากพืช และไม่จับตัวฟันที่สะอาดสีมีในรูปเม็ดและน้ำ ถ้าเป็นเม็ดให้เคี้ยว แล้วตวัดลิ้นไปตามตัวฟันให้ทั่ว แล้วบ้วนน้ำทิ้ง ถ้าเป็นน้ำใช้ชุบสำลีทาบนตัวฟัน แล้วบ้วนน้ำ จากนั้นใช้กระจกส่องในปาก แล้วตรวจดูว่าสีติดบริเวณใดแล้ว แปรงสีที่ติดฟันออกให้หมด หรือจะใช้สีย้อมหลังจากแปรงฟันแล้วก็ได้ เพื่อดูว่าบริเวณใดยังแปรงไม่หมด แล้วแปรงซ้ำบริเวณนั้นอีก

วิธีการแปรงฟัน

การแปรงฟันเป็นขั้นตอนสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก เพราะเป็นวิธีกำจัดคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคปริทันต์ การแปรงฟันมีหลายวิธี แต่ยังไม่มีวิธีใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน จากการศึกษาพบว่าในการสอนแปรงฟันในชุมชนนั้น วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำความสะอาดเหงือก และตัวฟัน โดยเฉพาะในร่องเหงือก และใช้เวลาน้อยนั้น คือ วิธีมอดิฟายด์แบส ( Modified Bass Method ) ซึ่งต้องใช้แปรงขนอ่อน( Soft ) และมีขั้นตอนดังนี้

  • วางแปรงที่บริเวณคอฟันและขอบเหงือก ขนแปรงทำมุม 45 องศา กับแกนยาวของฟัน ชี้เฉียงไปทางปลายรากฟัน
  • กดปลายของขนแปรงให้เข้าไปในร่องเหงือกและซอกฟัน
  • ออกแรงสั่นเบา ๆ ตามแนวราบด้วยระยะทางสั้น ๆ กลับไปกลับมา โดยที่ขนแปรงยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ทั้งนี้เพื่อเป็นการเน้นการแปรงที่บริเวณคอฟันที่อยู่ชิดขอบเหงือก ซึ่งเป็นจุดสำคัญ
  • จากนั้นจึงค่อยบิดข้อมือให้ขนแปรงม้วนปัดมาทางด้านบดเคี้ยวของฟัน ทำดังนี้ซ้ำ ๆ กัน ตำแหน่งละ 6 ครั้ง
  • เนื่องจากบริเวณฟันหน้าและฟันเขี้ยว เป็นตำแหน่งความโค้งของกระดูกขากรรไกร ดังนั้นเมื่อแปรงฟันหน้าและฟันเขี้ยวด้านใน จึงต้องวางแปรงดังรูป แต่หลักการแปรงเหมือนที่กล่าวมาแล้ว
  • สำหรับการแปรงฟันด้านบดเคี้ยว ให้วางแปรงตั้งฉากด้านบดเคี้ยว ของฟัน แล้วถูเข้าถูออกเป็นช่วงสั้น ๆ
  • นอกจากนี้ความทั่วถึงในการแปรงฟันมีความสำคัญยิ่ง แม้ว่าจะแปรงถูกวิธี แต่ละเลยบางตำแหน่งไป จะทำให้ประสิทธิภาพในการแปรงฟันไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นจึงควรเริ่มแปรงฟันที่ด้านนอกของฟันบน และฟันล่างให้หมด แล้วจึงเริ่มแปรงด้านในของฟันบนและฟันล่าง จากนั้นจึงแปรงด้านบดเคี้ยว และควรแปรงลิ้นด้วย
  • ท่านควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและก่อนนอน การแปรงฟันก่อนนอนเป็นสิ่งควรทำอย่างยิ่ง เพราะระหว่างการนอน จะไม่มีการเคลื่อนไหวภายในช่องปาก ทำให้คราบจุลินทรีย์ มาสะสมบนตัวฟันมาก การเคลื่อนไหวภายในช่องปากจัดเป็นขบวนการทำความสะอาดเองโดยธรรมชาติ ถ้าเป็นไปได้ควรแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ให้บ้วนน้ำแรงๆ 2 - 3 ครั้ง หลังอาหาร

 
                การวางแปรงในตำแหน่งที่ถูกต้อง                 การกดปลายขนแปรงเข้าในร่องเหงือกและซอกฟัน   

 
  ทิศทางการสั่นแปรงเบาๆตามแนวราบระยะสั้น              ทิศทางการปัดขนแปรงมายังด้านบดเคี้ยว    

 
การแปรงฟันด้านในของฟันหน้าล่าง                         การแปรงฟันด้านในของฟันหน้าล่าง

 
การแปรงฟันด้านบดเคี้ยว                                                 การแปรงลิ้น          
 
แปรงกระจุกเดียว

แปรงกระจุกเดียว ( Single Tufted Brush ) เป็นแปรงที่ใช้ในผู้ที่มีฟันเก ฟันล้มเอียง และด้านในของฟันล่าง ต้องใช้หลังการแปรงฟันปกติดังกล่าวแล้ว

วิธีใช้

กวาดขนแปรงไปตามคอฟัน เมื่อถึงซอกฟันจึงขยับขนแปรงอยู่กับที่ แล้วปัดไปยังด้านบดเคี้ยว ทำเช่นนี้กับฟันทุกซี่ที่ต้องการ

 
การใช้แปรงกระจุกเดียวกวาดไปตามคอฟัน                  การใช้แปรงกระจุกเดียว บริเวณซอกฟัน 

 

การทำความสะอาดซอกฟัน

โรคปริทันต์ที่รุนแรงมักเกิดบริเวณซอกฟัน ซึ่งแปรงไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้ จึงมักมีผู้ป่วยเป็นโรคปริทันต์ ทั้งๆ ที่แปรงฟันอย่างดี แต่มิได้ทำความสะอาดซอกฟัน

การทำความสะอาดซอกฟัน มีหลายวิธี ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม กับสภาพเหงือกของแต่ละคน ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

  • การใช้เส้นใยขัดฟัน ( Flossing )
    เป็นวิธีทำความสะอาดซอกฟันที่ดีวิธีหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีเหงือกปกติ โดยมีเหงือกสามเหลี่ยม อยู่เต็มระหว่างซอกฟัน ไม่มีเหงือกร่น การใช้เส้นใยขัดฟัน ควรใช้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

    ชนิดของเส้นใยมี
    • แบบเคลือบขี้ผึ้ง (Waxed) ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับฟันที่สัมผัสกันไม่แน่นมาก
    • แบบไม่เคลือบขี้ผึ้ง (Unwaxed) เหมาะสำหรับฟันที่สัมผัสกันแน่นมาก และ สำหรับผู้ที่เริ่มใช้ครั้งแรก

    อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แบบ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ถ้าใช้อย่างถูกต้อง การใช้เส้นใย ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง จะทำอันตรายต่อเหงือก ปกติเส้นใยไม่ควรขาดขณะใช้ แต่ถ้าเส้นใยขาดอยู่เสมอบริเวณใด แสดงว่าฟันที่อุดไว้บริเวณนั้นมีปัญหา ควรรีบแก้ไข

    วิธีใช้เส้นใย
    ดึงเส้นใยมายาว 1 ฟุต พันปลายยึดไว้กับนิ้วกลางทั้ง 2 ข้าง จนกระทั่งเหลือความยาวของเส้นใยระหว่างนิ้วกลางทั้งสอง ประมาณ 4 - 5 นิ้ว

    ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วหัวแม่มือเป็นนิ้วควบคุมบังคับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กันความถนัด ในการขัดทำความสะอาดซอกฟัน แต่ละตำแหน่งในช่องปาก

    เริ่มต้นด้วยการดึงเส้นใยให้ตึงค่อย ๆ ถูไปมา ให้ผ่านจุดสัมผัสของฟัน ห้ามใช้แรงกดผ่านจุดสัมผัสโดยตรง เพราะอาจยั้งมือไม่อยู่ ไปบาดเหงือกได้ เมื่อผ่านจุดสัมผัสเข้าระหว่างฟันสองซี่แล้ว ก็โอบเส้นใยให้แนบกับด้านข้างของฟันซี่หนึ่ง

    ใช้นิ้วบังคับให้เส้นใยขยับขึ้นลง 6 ครั้ง ระหว่างจุดสัมผัสและขอบเหงือก วัตถุประสงค์ของการที่ให้เส้นใยโอบฟัน เพื่อให้แรงถ่ายทอดลงบนตัวฟันโดยตรง ไม่ไปบาดเหงือก และเพื่อให้เส้นใยครอบคลุมพื้นได้มาก เมื่อขัดด้านข้างของฟันซี่หนึ่ง เสร็จแล้ว จึงหันมาดโอบด้านข้างของฟันอีกซี่หนึ่งขยับขึ้นลงอีก 6 ครั้ง ทุกๆซอกฟันจะต้องขัดฟัน 2 ด้านด้วยกัน ด้านข้างของฟันซึ่งปราศจากซี่ข้างเคียง ก็ควรต้องขัดเช่นเดียวกัน

    บางคนใช้เส้นใยจับสำเร็จ ( Floss Holder ) แทนการพันนิ้วมือ แต่ผลการใช้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากไม่สามารถโอบรอบซี่ฟัน และทำอย่างมีประสิทธิภาพเท่าการใช้นิ้วมือ

     
    การพันเส้นใยขัดฟันกับนิ้วกลาง                          การใช้นิ้วบังคับสำหรับฟันบน

     
               การใช้นิ้วบังคับสำหรับฟันล่าง                  การถูเส้นใยไปมาให้ผ่านจุดสัมผัสของฟัน

     
    การนำเส้นใยผ่านจุดสัมผัสของฟันแล้ว                  การโอบเส้นใยแนบซี่ฟันแล้วถูขึ้นลง
    โอบแนบด้านข้างของฟันซี่หนึ่ง                                                                     

     
    การผ่านมาโอบแนบด้านข้างของฟันอีกซีกหนึ่ง                การใช้เส้นใยขัดฟันกับฟันหลัง            

     
                 การใช้เส้นใยขัดฟันกับซี่สุดท้าย                     เครื่องจับเส้นใยสำเร็จ ( Floss Holder )     
     
  • การใช้เส้นใยขัดฟันพิเศษ ( Superfloss )

    เส้นใยขัดพิเศษ คือ เส้นใยขัดฟันที่ใช้บริเวณที่ใส่สะพานฟัน( ฟันครอบชนิดติดแน่น )

    วิธีใช้

    สอดส่วนปลายที่แข็งผ่านซอกฟันที่ใส่ไว้ จากนั้นใช้ส่วนที่เป็นฟองน้ำผ่านใต้ซี่ฟันที่ใส่ ไปยังซอกฟันแล้วโอบฟองน้ำแนบด้านข้างของฟันที่ครอบ โดยใช้นิ้วบังคับขยับขึ้นลง 6 ครั้ง จากนั้นมาโอบแนบด้านข้างของฟันที่ใส่แล้วขยับเช่นเดียวกัน แล้วจึงผ่านใต้ซี่ฟัน ที่ใส่มาทำความสะอาดซอกฟันของฟัน ที่ครอบอีกซี่หนึ่ง ส่วนเส้นใยที่เหลือใช้ ทำความสะอาดซอกฟัน เช่นเดียวกับเส้นใยขัดฟันปกติ




    เส้นใยขัดฟันพิเศษ (Super Floss)



    การใช้เส้นใยขัดฟันพิเศษ โดยสอดส่วนปลายที่แข็งผ่านซอกฟัน 



    การใช้เส้นใยขัดฟันพิเศษ ทำความสะอาดด้านข้างของฟัน  



    การใช้เส้นใยพิเศษ ทำความสะอาดใต้ฟันที่ใส่
     

  • ปุ่มยางนวดเหงือก (Rubber tip)

    นอกจากการใช้เส้นใยขัดฟัน ในการทำความความสะอาดซอกฟัน แล้วยังสามารถใช้ปุ่มยางนวดเหงือกได้ ในกรณีที่เหงือกปกติ ไม่ร่น มีเนื้อ เหงือกเต็ม ระหว่างซอกฟัน

    วิธีใช้

    วางปุ่มยางนวดเหงือกให้ปลายเฉียงไปทางด้านบดเคี้ยว เบนให้มาแนบด้านหนึ่งของซอกฟัน แล้วถูมาทางด้านบดเคี้ยว 3 ครั้ง จากนั้นเบนมาให้แนบชิดกับอีกข้างหนึ่งของซอกฟันเดียวกัน แล้วถูมาทางด้านบดเคี้ยวอีก 3 ครั้ง ทำเช่นเดียวกันนี้ทุกซอกฟันทั้งด้านกระพุ้งแกมและด้านใน



    ปุ่มยางนวดเหงือก ( Rubber Tip )



    การใช้ปุ่มยางนวดเหงือก

  • แปรงระหว่างซอกฟัน ( Proxa Brush, Interdental Brush )

    การทำความสะอาดซอกฟัน สำหรับผู้ที่มีช่องระหว่างฟัน คือมีเหงือกสามเหลี่ยมระหว่างฟันร่น หรือ ไม่มีฟันข้างเคียง สามารถใช้แปรงระหว่างซอกฟัน ซึ่งมี 2 แบบ คือ Proxa Brush ซึ่งมีด้ามจับ และ Interdental Brush ไม่มีด้ามยาวจับ มีลักษณะคล้ายแปรงล้างขวดขนาดเล็ก

    วิธีใช้

    สอดแปรงเข้าไประหว่างช่องว่างระหว่างซี่ฟัน จากนั้นวางแปรงให้แนบด้านหนึ่งของซอกฟัน แล้วถูเข้าถูออก ประมาณ 4 - 5 ครั้ง ทำเช่นนี้กับซอกฟันที่มาช่องว่าง โดยเข้าจากด้านกระพุงแก้ม และเข้าจากด้านใน ถ้าใช้ Proxa Brush จะเข้าได้ทั้ง 2 ด้าน ส่วน Interdental Brush นั้น ใช้เข้าจากด้านกระพุ้งแก้มเท่านั้น




    แปรงระหว่างซอกฟันที่มีด้ามจับ ( Proxa Brush )



    แปรงระหว่างซอกฟันชนิดไม่มีด้าม ( Interdental Brush )



    การใช้ Proxa Brush



    การใช้ Proxa Brush จากด้านในออกมา



    การใช้ Proxa Brush กับฟันหลังจากด้านในออกมา

  • ผ้าก๊อซ (Gauze Strip)

    ท่านสามารถใช้ผ้า Gauze ตัดกว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 1 ฟุต ทำความสะอาดซอกฟันที่ช่องว่างระหว่างฟัน หรือฟันที่ไม่มีฟันข้างเคียงได้ เช่นกัน โดยมีวิธีใช้เช่นเดียวกับเส้นใยขัดฟัน

  • ไม้กระตุ้นเหงือก (Stim – U- Dent)

    ไม้จิ้มฟันที่มีขายอยู่ในตลาดทั่วไปนั้น เป็นไม้จิ้มฟันที่ไม่ถูกลักษณะ ไม่ควรใช้ เพราะไม่สามารถทำความสะอาดกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้ และ มักเป็นอันตรายต่อเหงือก เพราะแข็งเกินไปและมีลักษณะไม่ถูกต้อง ถ้าใช้นานๆและแรงๆ นอกจากจะทำอันตรายเหงือกแล้ว จะทำให้ฟันห่างได้

    ไม้ที่ทันตแพทย์แนะนำเพื่อใช้กำจัดคราบจุลินทรีย์ระหว่างซอกฟันและนวดเหงือกนั้น ควรเป็นรูปสามเหลี่ยม (มองจากด้านตัด) เพื่อให้มีรูปร่างใหั เข้าตามช่องว่างระหว่างฟัน และเหงือกได้ และควรจะต้องเป็นไม้อ่อน โดยมากทำจากไม้สีดา เรียกไม้ชนิดนี้ว่าไม้กระตุ้นเหงือก ( Stim-U-Dent )(รูปที่ 73)

    วิธีใช้

    สอดไม้นี้ระหว่างซอกฟันที่มีช่องว่างระหว่างกัน โดยให้ฐานของสามเหลี่ยมอยู่ที่เหงือก และด้านข้างแนบกับด้านหนึ่งของซอกฟันแล้วถูกเข้าออก 4 - 5 ครั้ง ทำเช่นนี้ทุกช่อง ที่มีช่องว่างระหว่างฟัน




    การใช้ไม้กระตุ้นเหงือก

     
              การใช้ไม้กระตุ้นเหงือก                                ไม้กระตุ้นเหงือก ( Stim-U-Dent )  

  • เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดในปาก (Oral Irrigating Device)

    เป็นการใช้เครื่องที่มีน้ำเป็นจังหวะ หรือความดันของน้ำพุ่งเข้าทำความสะอาดซอกฟัน กำจัดเศษอาหาร ซึ่งมักใช้ในผู้ที่ใส่เครื่องมือจัดฟันและใส่ฟันติดแน่น สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจอย่างยิ่งคือ เครื่องมือนี้ไม่สามารถใช้แทนการแปรงฟัน หรือการใช้เส้นใยขัดฟัน เพราะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการกำจัดคราบจุลินทรีย์

    นอกจากนี้ถ้าแรงดันน้ำมากเกินไป อาจทำอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ ผู้ใช้จึงควรใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม




    เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดในปาก (Oral Irrigating Device)
ยาบ้วนปาก

การโฆษณาถึงสรรพคุณของยาบ้วนปาก ทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุว่า สามารถป้องกันกำจัดกลิ่นปากได้นั้น เป็นการโฆษณาที่ไร้เหตุผล เพราะสาเหตุของกลิ่นปากนั้น นอกจากปัญหาทางร่างกาย ( เช่น โรคทางเดินอาหาร เป็นต้น ) แล้วยังมีปัญหาที่สำคัญอื่น ๆ คือ ฟันผุ มีคราบจุลินทรีย์ และเศษอาหารหมักหมม การเป็นโรคปริทันต์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ฉะนั้นปัญหาใด ถ้าไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุแล้ว ก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหานั้นได้ ยาบ้วนปากสามารถทำให้ปากหอมได้ในระยะเวลาสั้น และการใช้ยาบ้วนปากนาน ๆ จะทำให้เกิดฝ้าขาว ซึ่งเป็นเชื้อราขึ้นในปากได้ ทั้งนี้เนื่องจากยาบ้วนปากมีประสิทธิภาพในการทำลายจุลินทรีย์บางชนิด ทำให้เสียสมดุลย์ของเชื้อโรคที่มีอยู่มากในช่องปาก เชื้อราจึงมีอำนาจมากขึ้น ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากได้ ดังนั้นควรใช้ยาบ้วนปาก เมื่อแพทย์หรือทันตแพทย์สั่งเท่านั้น เช่น มีอาการเจ็บคอ ปากเป็นแผล หรือภายหลังผ่าตัด

ยาบ้วนปากที่ทันตแพทย์มักแนะนำให้ใช้ คือให้ฟันแข็งแรง คือน้ำยาโซเดียมฟลูออไรด์ 0.05% ทุกวัน ๆ ละ 1 ครั้ง เป็นต้น

ยาบ้วนปากที่มีสารป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์ คือ Chlorhexidine Gluconate 0.2% แต่ควรใช้เฉพาะเมื่อทันตแพทย์สั่งเท่านั้น เช่นหลังผ่าตัด ไม่ควรใช้ติดต่อเป็นระยะยาว เพราะนอกจากจะติดสีฟันและลิ้นแล้ว ยังมีผลข้างเคียงที่ไม่ปลอดภัยนัก เมื่อใช้ต่อเนื่องกันนานๆ ซึ่งจะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป

ความพึงพอใจในบริการห้อง่จ่ายยา
Poll
MEA
โรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง
809/1 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

โทรศัพท์ : 02-242-5045

ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 82
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 163,758
  • MEA
    แฟกซ์ : 02-242-5120
  • MEA
    E-mail : med@mea.or.th
© สงวนลิขสิทธิ์ 2563 : การไฟฟ้านครหลวง